พลังงานชีวภาพ คืออะไร?
ทรัพยากรชีวมวล คือมวลสารของสิ่งมีชีวิต ซึ่งอาจเป็นป่าไม้
ผลผลิตสินค้าเกษตร และ กากเหลือของทางการเกษตร เช่น แกลบ ฟางข้าว ชานอ้อย กะลาปาล์ม
กะลามะพร้าว หรือของเสียอินทรีย์จากโรงงานอุตสาหกรรมเกษตร ฯลฯ รวมทั้งมูลสัตว์เช่น
ไก่ หมู วัว เป็นต้น อย่างไรก็ดี ทรัพยากรที่ควรจะนำมาพัฒนาเป็นพลังงานในอนาคตก็คือ
กากของเหลือทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร รวมถึงมูลสัตว์ต่างๆ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่หาง่ายและมีราคาถูก
พลังงานชีวภาพ (อีกชื่อหนึ่งคือพลังงานชีวมวล) ใช้วัสดุอินทรีย์เหล่านี้เป็นเชื้อเพลิง
โดยใช้เทคโนโลยี เช่น การสะสมก๊าซ การเปลี่ยนเป็นก๊าซ (การเปลี่ยนแปลงวัสดุแข็งเป็นก๊าซ)
การเผาไหม้ และ การย่อยสลาย (สำหรับของเสียเปียก)
พลังงานชีวภาพ สามารถเป็นหนึ่งในวิธีการอันยั่งยืนในการแก้ปัญหาโลกร้อน
โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขนส่งมวลชนบนถนน โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับการขนส่งที่มีประสิทธิภาพทางพลังงาน
จุดแข็งของประเทศไทยด้านพลังงานชีวภาพ
เชื้อเพลิงพลังงานชีวภาพอัดแท่งเหล่านี้
ได้มาจากเศษวัสดุทางธรรมชาติในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ทั้งชานอ้อย หญ้าแห้ง และเศษไม้จากการตัดแต่ง
แม้จะเคยถูกมองว่าเป็นขยะ แต่ปัจจุบันขยะเหล่านี้มีค่ามากขึ้น เพราะถือเป็นเชื้อเพลิงพลังงานชีวภาพสำคัญในการผลิตกระแสไฟฟ้า
ทดแทนการใช้ถ่านหินและน้ำมันเตา ซึ่งกำลังลดลงเรื่อยๆ และยังสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. มองว่า เชื้อเพลิงพลังงานชีวภาพ ยังคงเป็นพระเอกในกลุ่มพลังงานทดแทนของไทย
เนื่องจากไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม
สาหร่ายน้ำมัน หนึ่งในพลังงานชีวภาพแห่งอนาคต
ปตท.รุกดีเซลสาหร่าย
หวังทดแทนน้ำมันไม่ง้อตะวันออกกลาง – ปตท. ตั้งเป้าปี 2560 จะผลิตน้ำมันจากสาหร่ายในเชิงพาณิชย์เพื่อเป็นพลังงานชีวภาพทดแทน
ชี้มีศักยภาพสูง โดยให้ผลผลิตมากกว่าปาล์มน้ำมันถึง 30 เท่า
นายไพรินทร์
ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
เปิดเผยว่า ขณะนี้ ปตท. และองค์การวิทยาศาสตร์และวิจัยอุตสาหกรรมแห่งออสเตรเลีย หรือ
CSIRO (ซีโร่) ได้ตกลงในข้อหารือเพื่อเดินหน้าร่วมกันในการพัฒนาสายพันธุ์สาหร่ายน้ำเค็มในออสเตรเลีย
เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่เหมาะสมในการผลิตน้ำมัน มีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ในเชิงพาณิชย์
ซึ่งจะนำมาสู่การขยายการลงทุนด้านสาหร่ายน้ำมันของ ปตท. ในออสเตรเลีย เพื่อเป็นแหล่งสำรองเชื้อเพลิงชีวภาพอีกทางหนึ่ง
โดยความร่วมมือดังกล่าว ปตท.จะได้รับองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสาหร่ายน้ำมัน เพื่อมาต่อยอดในโครงการวิจัยและพัฒนาสาหร่ายน้ำมันในประเทศไทย
ทั้งนี้
ปตท. ได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศ
ดำเนินงานวิจัยมาตั้งแต่ปี 2550
จนค้นพบว่าสาหร่ายน้ำจืดขนาดเล็กมีศักยภาพในการผลิตน้ำมัน
และได้สร้างบ่อนำร่องผลิตน้ำมันขนาด 1 แสนลิตร
ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือ วว. และที่โรงแยกก๊าซธรรมชาติ
จ.ระยอง โดยใช้คาร์บอนไดออกไซด์จากโรงแยกก๊าซฯ เพาะเลี้ยงสาหร่าย
ซึ่งสาหร่ายจะให้น้ำมันมากกว่าปาล์มถึง 20-30 เท่า เชื่อว่าในอีก 20-30 ปีข้างหน้า
จะมีการผลิตน้ำมันจากสาหร่ายในเชิงพาณิชย์มากขึ้น และแพร่หลาย
ด้านนายวิจิตร
แตงน้อย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี บริษัท ปตท. จำกัด
(มหาชน) กล่าวว่า การที่ ปตท.สนใจ ประเทศออสเตรเลียเพราะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย
มีสาหร่ายหลายสายพันธุ์ และมีภูมิประเทศที่เหมาะสม
แม้การเพาะเลี้ยงสาหร่ายในออสเตรเลียซึ่งเป็นสายพันธุ์น้ำเค็ม
จะแตกต่างกับไทยที่เป็นสายพันธุ์น้ำจืด แต่ ปตท.จะนำองค์ความรู้จาก CSIRO มาใช้ในการพัฒนาสาหร่ายน้ำมัน
เพื่อเป็นพลังงานชีวภาพทดแทนรองรับความต้องการของประเทศในอนาคต

ทรัพยากรชีวมวล คือมวลสารของสิ่งมีชีวิต ซึ่งอาจเป็นป่าไม้
ผลผลิตสินค้าเกษตร และ กากเหลือของทางการเกษตร เช่น แกลบ ฟางข้าว ชานอ้อย กะลาปาล์ม
กะลามะพร้าว หรือของเสียอินทรีย์จากโรงงานอุตสาหกรรมเกษตร ฯลฯ รวมทั้งมูลสัตว์เช่น
ไก่ หมู วัว เป็นต้น อย่างไรก็ดี ทรัพยากรที่ควรจะนำมาพัฒนาเป็นพลังงานในอนาคตก็คือ
กากของเหลือทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร รวมถึงมูลสัตว์ต่างๆ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่หาง่ายและมีราคาถูก
พลังงานชีวภาพ (อีกชื่อหนึ่งคือพลังงานชีวมวล) ใช้วัสดุอินทรีย์เหล่านี้เป็นเชื้อเพลิง
โดยใช้เทคโนโลยี เช่น การสะสมก๊าซ การเปลี่ยนเป็นก๊าซ (การเปลี่ยนแปลงวัสดุแข็งเป็นก๊าซ)
การเผาไหม้ และ การย่อยสลาย (สำหรับของเสียเปียก)
พลังงานชีวภาพ สามารถเป็นหนึ่งในวิธีการอันยั่งยืนในการแก้ปัญหาโลกร้อน
โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขนส่งมวลชนบนถนน โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับการขนส่งที่มีประสิทธิภาพทางพลังงาน

จุดแข็งของประเทศไทยด้านพลังงานชีวภาพ
เชื้อเพลิงพลังงานชีวภาพอัดแท่งเหล่านี้
ได้มาจากเศษวัสดุทางธรรมชาติในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ทั้งชานอ้อย หญ้าแห้ง และเศษไม้จากการตัดแต่ง
แม้จะเคยถูกมองว่าเป็นขยะ แต่ปัจจุบันขยะเหล่านี้มีค่ามากขึ้น เพราะถือเป็นเชื้อเพลิงพลังงานชีวภาพสำคัญในการผลิตกระแสไฟฟ้า
ทดแทนการใช้ถ่านหินและน้ำมันเตา ซึ่งกำลังลดลงเรื่อยๆ และยังสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. มองว่า เชื้อเพลิงพลังงานชีวภาพ ยังคงเป็นพระเอกในกลุ่มพลังงานทดแทนของไทย
เนื่องจากไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม
สาหร่ายน้ำมัน หนึ่งในพลังงานชีวภาพแห่งอนาคต
ปตท.รุกดีเซลสาหร่าย
หวังทดแทนน้ำมันไม่ง้อตะวันออกกลาง – ปตท. ตั้งเป้าปี 2560 จะผลิตน้ำมันจากสาหร่ายในเชิงพาณิชย์เพื่อเป็นพลังงานชีวภาพทดแทน
ชี้มีศักยภาพสูง โดยให้ผลผลิตมากกว่าปาล์มน้ำมันถึง 30 เท่า
นายไพรินทร์
ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
เปิดเผยว่า ขณะนี้ ปตท. และองค์การวิทยาศาสตร์และวิจัยอุตสาหกรรมแห่งออสเตรเลีย หรือ
CSIRO (ซีโร่) ได้ตกลงในข้อหารือเพื่อเดินหน้าร่วมกันในการพัฒนาสายพันธุ์สาหร่ายน้ำเค็มในออสเตรเลีย
เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่เหมาะสมในการผลิตน้ำมัน มีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ในเชิงพาณิชย์
ซึ่งจะนำมาสู่การขยายการลงทุนด้านสาหร่ายน้ำมันของ ปตท. ในออสเตรเลีย เพื่อเป็นแหล่งสำรองเชื้อเพลิงชีวภาพอีกทางหนึ่ง
โดยความร่วมมือดังกล่าว ปตท.จะได้รับองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสาหร่ายน้ำมัน เพื่อมาต่อยอดในโครงการวิจัยและพัฒนาสาหร่ายน้ำมันในประเทศไทย

ทั้งนี้
ปตท. ได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศ
ดำเนินงานวิจัยมาตั้งแต่ปี 2550
จนค้นพบว่าสาหร่ายน้ำจืดขนาดเล็กมีศักยภาพในการผลิตน้ำมัน
และได้สร้างบ่อนำร่องผลิตน้ำมันขนาด 1 แสนลิตร
ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือ วว. และที่โรงแยกก๊าซธรรมชาติ
จ.ระยอง โดยใช้คาร์บอนไดออกไซด์จากโรงแยกก๊าซฯ เพาะเลี้ยงสาหร่าย
ซึ่งสาหร่ายจะให้น้ำมันมากกว่าปาล์มถึง 20-30 เท่า เชื่อว่าในอีก 20-30 ปีข้างหน้า
จะมีการผลิตน้ำมันจากสาหร่ายในเชิงพาณิชย์มากขึ้น และแพร่หลาย
ด้านนายวิจิตร
แตงน้อย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี บริษัท ปตท. จำกัด
(มหาชน) กล่าวว่า การที่ ปตท.สนใจ ประเทศออสเตรเลียเพราะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย
มีสาหร่ายหลายสายพันธุ์ และมีภูมิประเทศที่เหมาะสม
แม้การเพาะเลี้ยงสาหร่ายในออสเตรเลียซึ่งเป็นสายพันธุ์น้ำเค็ม
จะแตกต่างกับไทยที่เป็นสายพันธุ์น้ำจืด แต่ ปตท.จะนำองค์ความรู้จาก CSIRO มาใช้ในการพัฒนาสาหร่ายน้ำมัน
เพื่อเป็นพลังงานชีวภาพทดแทนรองรับความต้องการของประเทศในอนาคต
ที่มา : http://www.xn--12cfbl0e0ad9tmdvd.com/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E-2/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น